บ้านท่าโพ
บรรยากาศและกิจกรรมทางวัฒนธรรมชุมชนบ้านท่าโพ

ศิลปวัฒนธรรม · บ้านท่าโพ

เพลงพื้นบ้านท่าโพ

ร้องรำถ่ายทอดวิถีชุมชน — พิษฐาน ชักเย่อ โลม และบทเพลงที่สืบทอดในงานประเพณี ตำบลท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง

ความเป็นมา

เพลงพื้นบ้านกับวิถีชาวนา

เพลงพื้นบ้าน

บทเพลงพื้นบ้าน เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสุข และแสดงถึงสภาพความเป็นอยู่ตลอดจนวัฒนธรรมของสังคม วิถีชีวิต ของคนไทยในอดีต เป็นสังคมเกษตรกรรม มีการทำนา ปลูกข้าวปลูกพืชผักเป็นอาหาร ลักษณะนิสัยเป็นคนใจกว้าง โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมื่อมีงานใหญ่ต้องพึ่งแรงคน จำนวนมาก จะช่วยกันทำโดยไม่มีค่าจ้าง เรียกว่า “ลงแขก” เมื่อเหน็ดเหนื่อยก็จะคลายความเหนื่อยด้วยการร้องรําทำเพลงให้คลายเหนื่อยเกิดความสนุกสนานกับงาน เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ ทำให้งานในท้องไร่ท้องนาสำเร็จ ลงด้วยหยาดเหงื่อผสมรอยยิ้ม เพลงพื้นบ้านจึงเกิดตามวิถี ชีวิตของชาวไร่ชาวนา ที่แต่งขึ้นเพื่อใช้ประกอบในพิธีกรรม ต่าง ๆ และเพลงพื้นบ้านที่เล่นเพื่อความสนุกสนาน มีการสืบสานกันต่อมาจนเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้าน ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามวิถีการดำเนินชีวิต และความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น

ชุมชนบ้านท่าโพ — เพลงพื้นบ้านและวิถีชีวิต

เพลงพื้นบ้านเกิดจากการลงแขก การทำนา และงานมงคล — คลายเหนื่อยด้วยเสียงร้องและรำวง

เอกลักษณ์ท่าโพ

เพลงพื้นบ้านท่าโพ

ฟื้นฟูจากรุ่นสู่รุ่น สู่กลุ่มอนุรักษ์และเวทีเทศกาล

บทเพลงเด่น

พิษฐาน ชักเย่อ โลม กรุ่น เกี่ยวข้าว บวชนาค และรำวงโบราณ

จังหวะชีวิต

สงกรานต์ งานนา งานบุญ — ร้องโต้ตอบเป็นคู่ มีพ่อเพลง แม่เพลง และลูกคู่

การสืบสาน

กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ นำโดยชาวบ้านที่อุทิศแรงถ่ายทอดให้รุ่นหลาน

เพลงพื้นบ้านท่าโพ เป็นศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ชาวบ้านท่าโพร้องและเล่นสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เช่น เพลงพิษฐาน เพลงชักเย่อ เพลงโลม ฯลฯ

ปี พ.ศ. 2522 อาจารย์สำเริง รงค์ทอง อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดพันสี ได้ฟื้นฟูการเล่นเพลงพื้นบ้านท่าโพขึ้น โดยชักชวนพ่อเพลง แม่เพลง และผู้สนใจในหมู่บ้านท่าโพทั้งชายและหญิงมาฝึกซ้อมจนสามารถ ร้องรําถ่ายทอดให้คนชม จนเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไป

“เพลงพื้นบ้านท่าโพนั้น เป็นวัฒนธรรมและการละเล่นที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ นิยม เล่นกันในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี เนื้อหาของเพลงที่ร้องส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกี้ยวพาราสีระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง”

บทเพลงพื้นบ้านที่ร้องเล่นกันมานาน มีดังนี้

1. เพลงพิษฐาน 2. เพลงชักเย่อ3. เพลงโลม 4. เพลงกรุ่น5. เพลงฮิลเลเล 6. เพลงระบำ7. เพลงบวชนาค 8. เพลงเกี่ยวข้าว9. เพลงกล่อมลูก 10. เพลงรำสวด11. เพลงแห่นางแมว 12. เพลงรำวงโบราณ

ปัจจุบันเพลงพื้นบ้านท่าโพ ได้รับการสืบทอดต่อไปยังชาวบ้านท่าโพ โดยได้ร่วมกันก่อตั้ง กลุ่มอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพ โดยมีนายสุรพงศ์ ทิพย์ศิริ เป็นหัวหน้ากลุ่ม เป็นการ สืบสานและอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านท่าโพมิให้สูญหาย และยังสามารถนําการแสดงเพลงพื้นบ้านท่าโพต่อไป

จัดหมวด

ประเภทของเพลงพื้นบ้าน

เพลงพื้นบ้านสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้หลายแบบ เช่น

1. แบ่งตามภูมิภาค เช่น เพลงพื้นบ้านภาคกลาง เพลงพื้นบ้าน ภาคอีสาน

2. แบ่งตามวัยของผู้เล่น เช่นเพลงเด็ก เพลงผู้ใหญ่

3. แบ่งตามเทศกาล เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลทำนา เป็นต้น

4. แบ่งตามธรรมเนียมการเล่น เช่น เพลงพิธีกรรม เพลงปฏิพากษ์

ศัพท์เพลง

ความหมายของคำในเพลงพื้นบ้าน

1. พ่อเพลง หมายถึง ผู้ร้องนําฝ่ายชาย

2. แม่เพลง หมายถึง ผู้ร้องนําฝ่ายหญิง

3. ลูกค้า หมายถึง ผู้ที่มีหน้าที่ร้องรับ ร้องซ้ำความ หรือร้อง สอดแทรก ขัดจังหวะ และทำหน้าที่ให้จังหวะผู้ร้อง เช่น ปรบมือตีกรับ ตีฉิ่ง

4. ครูเพลง หมายถึง ผู้ที่เป็นครู ทั้งที่มีตัวจริงและเป็นความเชื่อในด้านจิตและวิญญาณ จะเป็นใครก็ได้ที่ให้ความ รู้ในเรื่องกลอน การร้องการรําและแม้กระทั่งให้ความรู้ด้าน อื่น ๆ ที่สามารถเอามาใช้ในการขับกลอน ก่อนจะเล่นก่อนจะร้องต้องบูชาครูหรือไหว้ครูเสียก่อน และในปีหนึ่ง ๆ จะต้องมีพิธีไหว้ครูและครอบครูสำหรับนักเพลงรุ่นใหม่ ๆ

5. ครูพักลักจำ หมายถึง ผู้ร้องที่ไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับ ครูเพลง หากแต่ได้ยิน ได้ฟังแล้ว เก็บเอามาร้อง มาฝึก หัดร้องเองจนชํานาญ สามารถร้องเล่นเองได้

คลังบทเพลง

บทเพลง วิธีเล่น และเนื้อร้อง

รวมลักษณะการแสดงและเนื้อร้องจากเอกสารชุมชน — อ่านยาว แนะนำเลื่อนตามหัวข้อเพลงในย่อหน้า

เพลงพื้นบ้านท่าโพที่เล่นกันอยู่แต่เดิมนั้นมีหลายชนิด เช่น เพลงพิษฐานเพลงโลม เพลงชักเย่อ เพลงกรุ่น เพลงฮิลเลเล เพลงเกี่ยวข้าว เพลงรำวงโบราณเพลงกล่อมลูก หรือเพลงกล่อมเด็ก เพลงรำสวด และเพลงประกอบการละเล่นพื้นบ้านจำนวนคนเล่น จะมีกี่คนก็ได้ มีลีลาการร่ายรำไปตามจังหวะและทำท่าทางประกอบตามเนื้อร้องของบทเพลงนั้น ๆ โดยใช้กลองรำมะนาเป็นเครื่องประกอบจังหวะ

การแต่งกาย ทั้งชายและหญิงส่วนใหญ่จะสวมเสื้อคอกลมลายดอก และนุ่งโจงกระเบนการเล่นจะร้องรำเป็นคู่ชายหญิง มีลูกคู่ร้องรับ

ลักษณะการเล่นเพลงพื้นบ้านท่าโพ จะแตกต่างกันไปตามบทเพลงดังนี้

เพลงพิษฐาน

เพลงพิษฐาน เป็นเพลงที่ใช้เล่นในเทศกาลตรุษสงกรานต์ หลังจากทำบุญตักบาตรแล้ว หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ และเด็กๆ จะนำดอกไม้ ธูปเทียนเข้าไปในโบสถ์ มือถือดอกไม้ ประนมมืออยู่หน้าพระประธาน โดยนั่งแยกกันเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายชาย และฝ่ายหญิงฝ่ายชายจะเริ่มร้องเพลงพิษฐานหรืออธิษฐานขึ้นก่อน แล้วคนอื่น ๆ จะเป็นลูกคู่ร้องรับต่อไปฝ่ายหญิงจะร้องแก้บ้าง แล้วลูกคู่ร้องรับ สลับกับกันไป

ร้องเพลงพิษฐาน

เนื้อร้องเพลงพิษฐาน

(ชาย) พิษฐานเอย มือหนึ่งถือพาน ถือพานด้วยดอกลำไย

เกิดมาชาติใดแสนใด ขอให้ได้เป็นคนไทย

(ลูกคู่) พิษฐานวานไหว้ ขอให้ได้เหมือนใจเราคิด พิษฐานเอย

ดอกเอย วิมาน ขอให้พานพบเอย ดอกเอยผอบ ขอให้พบพานเอย

(หญิง) พิษฐานเอย มือหนึ่งถือพาน ถือพานด้วยดอกคูณ

เกิดมาชาติใดแสนใด ขอให้เป็นคนใจบุญ

(ลูกคู่) พิษฐานวานไหว้ ขอให้ได้เหมือนใจเราคิด พิษฐานเอย

ดอกเอย วิมาน ขอให้พานพบเอย ดอกเอยผอบ ขอให้พบพานเอย

ฯลฯ

เพลงชักเย่อ

เพลงชักเย่อ นับว่าเป็นเพลงพื้นบ้านท่าโพที่แท้จริง เนื่องจากยังไม่เคยพบการเล่น ในท้องถิ่นอื่น เพลงชักเย่อใช้ร้องรำท่อนการเล่นชักเย่อ เล่นในเทศกาลตรุษสงกรานต์

วิธีการเล่น แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง มีพ่อเพลง แม่เพลงร้องนำและมีลูกคู่ร้องรับ ผู้ร้องนำทั้งชายและหญิงต้องออกมาร้องและรำอยู่กลางวง ร้องแก้กันมีลูกคู่ร้องรับสลับกันเป็นคู่ ๆ สุดท้ายทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะเกาะเอาต่อกันหัวหน้าฝ่ายชายกับหัวหน้าฝ่ายหญิงจับมือกัน โยกตัวไปตามจังหวะเพลง แล้วดึงกันแบบการเล่นชักเย่อ ฝ่ายใดสามารถดึงฝ่ายตรงข้ามไปทางฝ่ายตนได้ เป็นฝ่ายชนะ

เนื้อร้องเพลงชักเย่อ

(ชาย) มาชักเย่อกันเอย เสมอที่ต้นข่อย มาเจอสาวสาวน้อย (ซ้ำ)

เอ๋ยเรามาชวนเล่นชักเย่อกันเอย

(ลูกคู่) เอ่อระเหยกันเอ๋ย เอ๋ยเรามาชวนเล่นชักเย่อกันเอย ฮ้าไฮ้

(หญิง) มาชักเย่อกันเอย เสมอที่ต้นข่อย มาเจอหนุ่มหนุ่มน้อยน้อย (ซ้ำ)

เอ๋ยเรามาชวนเล่นชักเย่อกันเอย

(ลูกคู่) เอ่อระเหยกันเอ๋ย เอ๋ยเรามาชวนเล่นชักเอ่อกันเอย ฮ้าไฮ้

(ชาย) ชักหรือแม่หรือ แม่โพพันไม้แม่ไผ่พันมือ (ซ้ำ)

ให้น้องยื่นมือมาเอย

(ลูกคู่) เอ่อระเหยกันเอ๋ย แม่โพพันไม้แม่ไผ่พ้นมือ

ให้น้องยื่นมือมาเอย ฮ้าไฮ้

(หญิง) ชักหรือพ่อหรือ พ่อโพพันไม้พ่อไผ่พ้นมือ (ซ้ำ)

พ่อแม่เขายอมให้หม่อมแล้วหรือ พ่ออย่ามาดื้อมาดึงเอย

(ลูกคู่) เอ่อระเหยกันเอ๋ย พ่อแม่เขายอมให้หม่อมแล้วหรือ

พ่ออย่ามาดื้อมาดึงเอย ฮ้าไฮ้

(ชาย) มาเถิดเอ๋ยมาแม่ก็มา อย่ามัวหน่วงหนักหน่วงหนักชักช้า (ซ้ำ)

ขอเชิญแม่มาเถิดเอย

(ลูกคู่) เอ่อระเหยกันเอ๋ย อย่ามัวหน่วงหนักหน่วงหนักชักช้า

ขอเชิญแม่มาเถิดเอย ฮ้าไฮ้

(หญิง) มาเถิดเอ๋ยมาพ่อก็มา อย่ามัวหน่วงหนักหน่วงหนักชักชักช้า (ซ้ำ)

มาฟังฉันว่าเถิดเอย

(ลูกคู่) เอ่อระเหยกันเอ๋ย อย่ามัวหน่วงหนักหน่วงหนักชักช้า

มาฟังฉันว่าเถิดเอย ฮ้าไฮ้

(พร้อมกัน) มาชักเย่อกันเอย เสมอที่ต้นกุ่ม พวกเราสาวสาวหนุ่มหนุ่ม (ซ้ำ)

เรามาจับกลุ่มชักเย่อกันเอย

เอ่อระเหยกันเอ๋ย พวกเราสาวสาวหนุ่มหนุ่ม

เรามาจับกลุ่มชักเย่อกันเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

เพลงโลม

เพลงโลมหรือเพลงช้าเจ้าโลม เป็นเพลงพื้นบ้านประเภทเพลงปฏิพากย์ เนื้อร้องเป็นการเกี้ยวพาราสีกันระหว่างชายกับหญิง

วิธีการเล่น ผู้ล่นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงตั้งวงหรือแถว แบ่งเป็นฝ่ายชายและฝ่ายหญิงคนร้องนำฝ่ายชายและหญิงจะเข้าอยู่ในวงทีละคู่ ร้องโต้ตอบกันและรำไปด้วย การร้องจะคล้ายเพลงชักเย่อ แต่ลูกคู่รับต่างกัน เนื้อพลงเปรียบอาการของนางช้าง ใช้คำพูดลองแง่สองง่ามให้คิด และว่ากันเจ็บ ๆ โดยขึ้นต้นด้วยคำว่า โลมแม่โลม หรือ โลมพ่อโลม

เนื้อร้องเพลงโลม

(ชาย) โลมแม่โลม เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมต้นมะม่วง

(ลูกคู่) เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมต้นมะม่วง

(ชาย) น้องพูดกับพี่ไว้ว่าอย่างไร พี่อยากตายเมื่อถูกคนสวยหลอกลวง

(ลูกคู่) เอ๋ยโอระหัดชัดช้า ขขับออกไปไถลลงมา ขยับออกไปไถลลงมา

สองมือก็คว้าลมเอย โลมงัว โลมงา สุดปัญญาของพี่แล้วหนา

จนปัญญาของพี่แล้วหนา สองมือก็คว้าลมเอย

(หญิง) โลมพ่อโลม เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมดอกสัก

(ลูกคู่) เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมดอกสัก

(หญิง) โลมน้องอย่างไรมันก็ไม่ได้เพราะฉันมีคนรัก

(ลูกคู่) เอ๋ยโอระหัดชัดช้า ขยับออกไปไถลลงมา ขยับออกไปไถลลงมา สองมือก็คว้าลมเอย โลมงัว โลมงา

ปลาสลิดไปติดเอาหน้า ผู้ชายเป็นบ้าโลมเอย (ซ้ำ)

(ชาย) โลมแม่โลม เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมต้นประดู่

(ลูกคู่) เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมต้นประดู่

(ชาย) โลมพี่ไปนัก เอ๋ยมันขี้มักจะได้เป็นคู่

(ลูกคู่) เอ๋ยโอระหัดชัดช้า ขยับออกไปไถลลงมา ขยับออกไปไถลลงมา สองมือก็คว้าลมเอย โลมงัว โลมงา

สุดปัญญาของพี่แล้วหนา จนปัญญาของพี่แล้วหนา สองมือก็คว้าลมเอย

(หญิง) โลมพ่อโลม เปรียบเหมือนเอยนางเข้ามาโลมอบเชย

(ลูกคู่) เปรียบเหมือนเอยนางช้างเข้ามาโลมอบเชย

(หญิง) โลมน้องไปนักเอ๋ยมันขี้มักจะชวดไปเลย

(ลูกคู่) เอ๋ยโอระหัดชัดช้า ขยับออกไปไถลลงมา ขยับออกไปไถลลงมา

สองมือก็คว้าลมเอย โลมงัว โลมงา ปลาสลิดไปติดเอาหน้า ผู้ชายเป็นบ้าโลมเอย (ซ้ำ)

เพลงกรุ่น

เพลงกรุ่น เป็นเพลงพื้นบ้านท่าโพ ที่ใช้ร้องเล่นกันในเทศกาลตรุษสงกรานต์ลักษณะเป็นเพลงร้องโต้ตอบกันระหว่างชายกับหญิงวิธีการเช่น พ่อเพลงเพลงจงจะออกมาร้องรำกลาวาง ลูกคู่ปรบมือ และร้องรับ

เนื้อร้องเพลงกรุ่น

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น

(ลูกคู่) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น

(ชาย) กวดน้ำคว่ำขัน เรามาพบกันเถิดนะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น

(ลูกคู่) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น

(หญิง) กวดน้ำคว่ำขัน ให้พี่นอนฝันไปเถิดพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

วันนี้มาพบคนสวย รับรักพี่ด้วยเถิดนะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

อย่ามาพูดจากันให้มากนัก น้องไม่รับรักพ่อเนื้อละมุน

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

โอ้แม่สาวสาวท่าโพ ช่างแต่งตัวโก้จริงนะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

ถึงแต่งตัวโก้ก็เรื่องของฉัน มันหนักกบาลหรือพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

โอ้แม่สาวหน้าใส ไปเที่ยวอุทัยกันไหมแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

ชวนน้องจริงจริงหรือพี่ อุทัยธานีมีของดีไหมพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

ไปเที่ยวอุทัยแล้วไม่ผิดหวัง มีแม่น้ำสะแกกรังยังไงแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

พ่อหนุ่มอุทัยหน้ามน อยากไหว้หลวงพ่อมงคลจริงจริงพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

โอ้แม่น้องสาวคนดี มีพระชนกจักรีอีกนะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

แต่งตัวหวีหัวทาแป้ง ที่ห้วยขาแข้งมีอะไรอีกนะพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

มรดกห้วยขาแข้งนั้นหนา มีสัตว์ป่ามากมายนะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

ที่อุทัยมีอาหารอะไรอร่อย ช่วยบอกน้องหน่อยเถิดนะพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

อาหารอุทัยมีตั้งร้อยแปด อย่าลืมชิมปลาแรดเชียวนะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

ถึงอุทัยไม่ต้องอุทร ค่ำแล้วก็นอนเถิดนะพ่อคุณ

(ชาย) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

จะอยู่เป็นสาวอีกทำไมเล่า มารักกันเถิดเจ้าหายเหงานะแม่คุณ

(หญิง) กรุ่นฉันเอย สาลีกระไรกระท่อมกรุ่น (ลูกคู่รับ)

ถ้ารักน้องจริงให้ไปสู่ขอ ต่อหน้าคุณพ่อเถิดนะพ่อคุณ

เพลงฮิลเลเล

เพลงฮิลเลเล เป็นเพลงที่ร้องเกี่ยวพาราสีกันระหว่างหนุ่มสาว

วิธีการเล่น แบ่งเป็นฝ่ายชายฝ่ายหญิงเหมือนเพลงกรุ่น ผิดกันตรงเนื้อร้อง และทำนอง

เนื้อร้องเพลงฮิลเลเล

(ลูกคู่) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล

(ชาย) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล จะไปก็ไปกระโดดขึ้นท้ายรถเมล์ (ลูกคู่รับ)

(หญิง) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล จะไปก็อยากจะไปกระโดดขึ้นขึ้นท้ายรถเมล์ (ลูกคู่รับ

(ชาย) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล โอ้แม่คนสวยพี่ขอรำด้วยสักคนนะเว (ลูกคู่รับ)

(หญิง) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล อย่ามาปากหวานน้องไม่สงสารเสียแล้วนะเว (ลูกคู่รับ)

(ชาย) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล แม่ดอกมะไฟพี่อยากนอนใกล้เสียแล้วนะเว (ลูกคู่รับ)

(หญิง) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล พ่อดอกตำแยไปหาเถ้าแก่มาขอซิเว (ลูกคู่รับ)

(ชาย) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล เจ้าช่อฟักทองกลัวมีเจ้าของเสียแล้วซิเว (ลูกคู่รับ)

(หญิง) ฮิลเลเล เอ้า ฮิลเลเล ผู้ชายหลายใจอย่ามาสงสัยเลยพ่อลิเก (ลูกคู่รับ)

เพลงระบำ

เพลงระบำ เป็นเพลงที่เล่นกันอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้ในเทศกาลตรุษสงกรานต์หรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ลักษณะการเล่นคล้ายเพลงฉ่อย ไม่ต้องมีเครื่องตรีประกอบ มีเพียงลูกคู่ปรบมือเป็นจังหวะ

เนื้อร้องเพลงระบำ

(พร้อม) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

(ชาย) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

ถ้ารักจะเล่นก็เต้นเข้ามา จะมัวอยู่ช้าทำไม

(ลูกคู่) ดงไหนเอยลำไย หอมหวนอยู่ในดงเอย อยู่ในดงเอย

(หญิง) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

เสียงผู้ชายเขามาร้องเชิญ สาวน้อยก็ไม่เนิ่นร่ำไร (ลูกคู่รับ)

(ชาย) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

พี่ตั้งวงเอาไว้คอยท่า จะให้วงพี่ลาหรืออย่างไร (ลูกคู่รับ)

(หญิง) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

เสียงใครเล่าคะเสียงใครเล่าขา มาเรียกน้องยาทำไม (ลูกคู่รับ)

(ชาย) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

โอ้แม่คุณทูนหัว พี่เคยเป็นผัวของแม่สายใจ (ลูกคู่รับ)

(หญิง) ระบำที่ไหนเล่าเอย ระบำของชาวบ้านไร่

อย่ามาพูดจากันให้มากนัก น้องยังไม่รู้จักว่าพี่เป็นใคร (ลูกคู่รับ)

เพลงบวชนาค

เพลงบวชนาด เป็นเพลงที่ใช้ในงานอุปสมบท ร้องเพื่อความสนุกสนาน เนื้อร้องเป็นการร่ำลา สั่งเสียระหว่างพ่อนาคกับคนรัก ที่ต้องจากไปบวชเป็นเวลาหนึ่งพรรษา ผู้ร้องคือ หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ ร้องขณะที่นำนาคไปวัดหรือวนรอบพระอุโบสถสามรอบ

วิธีการเล่น พ่อเพลงจะร้องนำในนามของพ่อนาค ส่วนแม่เพลงร้องนำในนามคนรักของพ่อนาค ร้องสลับกันเป็นคู่ๆ ส่วนคนอื่น ๆ เป็นลูกคู่

เนื้อร้องเพลงบวชนาค

(ชาย) จะจากกันไปไกลน้องเสียเเล้วเอย เอ๋ยลาแม่ชื่นหัวใจ พี่จะไปบวชสักหนึ่งพรรษา สึกแล้วพี่จะมาหาใหม่

ให้มาเชื่อ คำเอ๋ยพี่ไว้กันเสียเลยเอ๊ย

(ลูกคู่) โย้ย ๆ ควับ ตะลาล่า พี่จะไปบวชสักหนึ่งพรรษา สึกแล้วพี่จะมาหาใหม่ ให้มาเชื่อ คำเอ๋ยพี่ไว้กันเสียเลยเอ๋ย

สุดรักกระไรสุดใคร่ (ซ้ำ) คนรักเห็นจะไกลกันเอ๋ย จะไกลกันเอย

(หญิง) จะจากกันไปหรือจะไกลกันแน่ เอ๋ยลาพ่อแพรสีไพร จะเอาคู่เบียด

ของน้องไปบวช พักนี้เห็นจะชวดกันไป ให้มาไว้เนื้อเชื่อใจ (ซ้ำ) น้องเสียเลยเอย

(ลูกคู่) โย้ย ๆ ควับ ตะลาล่า จะเอาคู่เบียดของน้องไปบวช พักนี้เห็นจะชวดกันไป

ให้มาไว้เนื้อเชื่อใจ น้องเสียเลยเอย ลมพัดกระไรชายห้วย (ซ้ำ) รับน้องไปด้วยคนเอ๋ย ไปด้วยคนเอย

(ชาย) จะเสียใจไปเลยไอ้แม่เตยต่ำ จะเสียใจไปทำไมถึงใครมาเรียกตะโกน น้องอย่าไปขึ้นโนนตะกาย

ให้มาเชื่อคำเอ๋ยพี่ไว้ กันเสียเลยเอ๊ย

(ลูกคู่) โย้ย ๆ ควับ ตะลาล่า ถึงใครมาเรียกตะโกน น้องอย่าไปขึ้นโนนตะกาย

ให้มาเชื่อคำเอ๋ยพี่ไว้กันเสียเลยเอ๊ย ช้าพริ่ง กระไรกระท่อมพริ่ง (ซ้ำ)

จับวัวไปขายจับควายไปทิ้ง ทำหน้าเหมือนลิงโทนเอ๋ย เหมือนลิงโทนเลย

(หญิง) ได้ยินคำสดของพ่อนาคมาสั่ง ให้ละล้าละลังหัวใจ ถึงโครมาพูดให้ถูกคอ

น้องก็ไม่แก้ห่อผ้าให้ ถึงใครมาเรียกตะโกนน้องก็ไม่ขึ้นโนนตะกาย ให้มาเชื่อคำเอ๋ยน้องไว้ กันเสียเลยเอ๊ย

(ลูกคู่) โย้ย ๆ ควับ ตะลาล่า ถึงใครมาเรียกตะโกน น้องก็ไม่ขึ้น โนนตะกาย

ให้มาเชื่อคำเอ๋ยน้องไว้ กันเสียเลยเอ๊ย ลมพัดกระไรชายหาด (ซ้ำ) ใจน้องจะขาดแล้วเอ๋ยจะขาดเเล้วเอย

(ชาย) มันจะจริงแล้วหรือ มันจะแน่แล้วหรือ แม่ลมพัดกระพือใบใบไผ่

ให้น้องตั้งใจรอคอย คอยพี่สักหน่อยเป็นไรให้มาเชื่อคำเอ๋ยที่ไว้ กันเสียเลยเอ๊ย

(ลูกคู่) โอ๊ย ๆ ควับ ตะลาล่า ให้น้องตั้งใจรอคอย คอยพี่สักหน่อยเป็นไร

ให้มาเชื่อคำเอ๋ยพี่ไว้กันเสียเลยเอ๊ย ช้าพริ่ง กระไรกระท่อมพริ่ง (ซ้ำ)

จับวัวไปขายจับควายไปทิ้ง ทำหน้าเหมือนลิงทโมนเอ๋ย เหมือนลิงทโมนเอย

(หญิง) จะบวชเป็นพระสละเป็นสงฆ์ แทนพระพุทธองค์หรือไร

น้องจะโกนหัวบวชชี ต่อไปจะไม่มีรักใหม่ ให้มาเชื่อคำเอ๋ยน้องไว้ กันเสียเลยเอ๊ย

(ลูกคู่) โย๊ย ๆ ควับ ตะลาล่า น้องจะโกนหัวบวชซี ต่อไปจะไม่มีรักใหม่

ให้มาเชื่อคำเอ๋ยน้องไว้ กันเสียเลยเอ๊ย ลมพัดกระไรชายเขา (ซ้ำ)

ใจเราจะขาดแล้วเอ๋ย จะขาดแล้วเอย

เพลงเกี่ยวข้าว

เพลงเกี่ยวข้าว ใช้ร้องเล่นในขณะที่กำลังเกี่ยวข้าว โดยในมือซ้ายกำต้นข้าวมือขวากำเคียว ก้มลงเกี่ยวข้าวเต็มกำแล้วก็วางแผ่ลง แล้วก็ก้มลงเกี่ยวเดินหน้าต่อ ๆ ไป บทเพลงเกี่ยวข้าวจึงมีเนื้อร้องสั้นๆ การร้องจะเป็นการยั่วเย้าล้อเลียนกันสนุกๆ โดยมี คนร้องนำและลูกคู่รับ ไม่มีการปรบมือหรือใช้เครื่องคนตรีประกอบ เพราะมือไม่ว่าง

เป็นการเล่นขณะทำงาน เพื่อความสนุกสนาน และผ่อนคลายความเมื่อยล้า

เมื่อมาจัดเป็นการแสดงก็ไม่ได้ร้องเล่นในนา แต่จะแต่งตัวสวยงาม จัดฝ่ายหญิง ฝ่ายชายมีพ่อเพลงแม่เพลงเป็นห้าหน้า ถือเคียวมือหนึ่ง ต้นข้าวมือหนึ่ง ร้องรำไปตามเพลง

เนื้อร้องเพลงเกี่ยวข้าว

(ชาย) เกี่ยวเถิดเอ๋ยลาแม่ก็เกี่ยว พี่นำแขกมาเจ้าของนาไปไหน (ซ้ำ)

มารับพี่ชายสักหน่อยเอย

(ลูกคู่) มารับพี่ชายหน่อยอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย ที่นำแขกมาเจ้าของนาไปไหน

มารับพี่ชายหน่อยเลย อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(หญิง) เกี่ยวเถิดเอ๋อลาพ่อก็เกี่ยว พี่นำแขกมาเจ้าของนาอยู่นี่ (ซ้ำ)

ขอเชิญคุณพี่ไปที่นาเอย

(ลูกคู่) ขอเชิญคุณพี่ไปที่นาเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋อ พี่นำแขกมาเจ้าของนาอยู่นี่

ขอเชิญคุณพี่ไปที่นาเอย อีกสองสามวาจะถึงกันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(ชาย) ชิดเถิดเอ๋ยลาแม่ก็ชิด เอื้อมมือเข้าไปสะกิด (ซ้ำ) หวังจะชิดนางเอย

(ลูกคู่) หวังจะชิดนางเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย เอื้อมมือเข้าไปสะกิด

หวังจะชิดนางเอย อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(หญิง) ชิดเถิดเอ๋ยลาพ่อก็ชิด ถ้าเอื้อมมือเข้ามาสะกิด (ซ้ำ) เดี๋ยวจะบิดเนื้อเอย

(ลูกคู่) น้องจะบิดเนื้อเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย เอื้อมมือมาสะกิด น้องจะบิดเนื้อเอย

อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(ชาย) คว้าเถิดเอ๋ยลาแม่ก็คว้า ผักบุ้งสันตะวา (ซ้ำ) คว้าให้เต็มกำเอย

(ลูกคู่) คว้าให้เต็มกำเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย ผักบุ้งสันตะวา คว้าให้เต็มกำของ

อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(หญิง) คว้าเถิดเอ๋ยลาพ่อก็คว้า เกี่ยวข้าวในนา (ซ้ำ) คว้าให้เต็มกำเอย

(ลูกคู่) คว้าให้เต็มกำเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย ผักบุ้งสันตะวา คว้าให้เต็มกำเอย

อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(ชาย) เอ้าก้มแม่ก้ม เอ้าก้มแม่ก้ม หลบแดดบังลม (ซ้ำ) ขอให้ก้มเกี่ยวเอย

(ลูกคู่) ขอให้ก้มเกี่ยวเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย หลบแดดบังลม ขอให้ก้มเกี่ยวเอ่ย

อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(หญิง) เอ้าก้มพ่อก้ม เอ้าก้มพ่อก้ม ถ้าหลบแดดบังลม (ซ้ำ) จะชวดชมน้องเอย

(ลูกคู่) จะชวดชมน้องเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย ถ้าหลบแดดบังลม

จะชวดชมน้องเอย อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้าเอย (ซ้ำ) ฮ้าไอ้

(ชาย) เกี่ยวเถิดเอ๋ยลาแม่ก็เกี่ยว เกี่ยวข้าวมันแสนจะยุ่ง (ซ้ำ)

ไปเกี่ยวในมุ้งกันไหมเล่าเอย

(ลูกคู่) ไปเกี่ยวในมุ้งกันไหมเล่าเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย เกี่ยวข้าวมันแสนจะยุ่ง

ไปเกี่ยวในมุ้งกันไหมเล่าเอย อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

(หญิง) เกี่ยวเถิดเอ๋ยลาแม่ก็เกี่ยว เกี่ยวในมุ้งมันไม่เข้าท่า (ซ้ำ)

เท่าเกี่ยวหว่างขาคูนาได้ไหมเอย

(ลูกคู่) เท่าเกี่ยวหว่างขาดูนาได้ไหมเอย เอ่อระเหยเกี่ยวเอ๋ย เกี่ยวในมุ้งมันไม่เข้าท่า

เท่าเกี่ยวหว่างขาคูนาได้ไหมเอย อีกสองสามวาจะถึงคันนาแล้วเอย (ซ้ำ) ฮ้าไฮ้

เพลงรำวงโบราณ

"รำวง" เป็นการละเล่นพื้นบ้านแบบหนึ่งที่ร่วมกันแสดง โดยไม่แยกผู้ดูกับผู้แสดงเพราะผู้ดูอาจเข้าร่วมรำวงด้วย นอกจากจะมีผู้ตีกลอง และเครื่องทำจังหวะอื่น ๆ เดิมใช้โทนอย่างเดียว จึงเรียกว่า "รำโทน" เมื่อประมาณ 60 ปี ที่ผ่านมา ในระหว่างสูงครามโลกครั้ง 2 ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะ ในยามสงคราม ไม่มีมหรสพหย่อนใจอย่างอื่นที่ดีไปกว่ารำโทน ทางราชการเห็นว่ารำโทนนอกจากจะทำให้เกิดการผ่อนคลายอารมณ์ บังเกิดความสนุกสนานแล้วยังเป็นการแสดงความสามัคคีของกลุ่มชนอีกด้วย

ในสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการเชิดชูรำโทน ให้เป็นศิลปะประจำชาติ จึงส่งเสริมการละเล่นชนิดนี้ ให้เป็นวัฒนธรรมประจำชาติอย่างหนึ่งโดยมีการปรับปรุงแบบแผนการเล่นให้เป็นรำวง และพัฒนาเป็นรำวงมาตรฐาน

เพลงรำวงของบ้านท่าโพ ที่นำมาร้องมาเล่นกันนั้น เป็นเพลงดั้งเดิมที่จำต่อกันมาไม่นิยมคัดแปลงเนื้อร้อง จึงเรียกว่า “รำวงโบราณ” แต่การถ่ายทอดจากปากสู่ปากอาจทำให้เปลี่ยนไปจากเดิมบางส่วน และมีเพลงรำโทนจากถิ่นอื่นเข้ามาปะปนบ้าง

วิธีการเล่นรำวงโบราณ

คนนำร้องเพลงรำวง และคนอื่น ๆ ร้องเพลงไปพร้อมกันโดยมีโทนหรือรำมะนา เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ผู้รำฝ่ายชายจะไปโค้งฝ่ายหญิงเพื่อเชิญออกมารำวงคู่กันแล้วพากันรำเป็นคู่ ๆ เดินวนเป็นวงกลม

เนื้อร้องของเพลงรำวงโบราณ แบ่งได้เป็นใน 3 แนว ได้แก่

1. การเทิดทูนสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่น เพลงไตรรงค์

2. กล่าวถึงตัวละครในนิทานพื้นบ้าน ชาดก และวรรณคดีไทย เช่น สังข์ทอง โมรา พระเวสสันดร

3 การเกี้ยวพาราสีกันระหวังหนุ่มสาว เช่น เพลงเธองาม เพลงไม่รักไม่ว่า เนื่องจากเพลงรำวงนั้น เป็นเพลงสั้น ๆ และมีจำนวนมาก จึงเรียกชื่อเพลงตามวรรคแรก ของเพลง ส่วนท่ารำ ก็จะรำไปตามบทบาทของเนื้อเพลง เพลงรำวงโบราณที่ใช้เล่นกันบ่อย ๆ รวบรวมไว้ มีดังนี้

1. เพลงไตรรงค์

ไตรรงค์ธงชาติโบกสะบัดสวยงามสง่า แปดนาฬิกาสัญญากันว่ายืนตรง

แต่พอได้สองโมง ชักธง ชักธงเคลื่อนที่ หนึ่ง สอง สามสี่เคลื่อนที่ไปอยู่เสาธง

สีแดงคือชาติ สีขาวคือศาสนา สีน้ำเงินนั้นหนา พระมหาจักรพงศ์ (ซ้ำ)

2. เพลงไก่งาม

ไก่งามยามจะบิน โผผินบินมาไกลรัง

ฃนานนานหันหน้ามามอง (ซ้ำ) เขามีคู่ครองกันแล้วหรือยัง

3. เพลงฉันละเมอ

ฉันละเมอ เธอทำไมไม่มอง ฉันจ้องรักน้องคนเดียว

กุมรินบินมาโฉบเฉี่ยว แม่เกสรเหี่ยวขยับปีกบิน

4. เพลงเชิญมารำวงไทย

เชิญมารำวงไทย แบบใหม่ขอให้ไทยเจริญ

เราที่ได้มาเดิน สาวงามมารำคู่กัน

(ช) รำวงสวยดี (ญ) ขอให้มีทำนอง ถ้าหมั่นแลมองจะต้องรักกัน

5. เพลงสายลมรำเพย

สายลมรำเพยพัดล่อง นกยูงทองมาร้องรำแพน

จากถิ่นหากินไกลแดน (ซ้ำ) นกยูงรำแพนพัดแดนมาไกล (ซ้ำ)

6. เพลงกาเหว่า

กาเหว่าบินมาลอยล่อง (ซ้ำ) ไม่ใช่คู่ครองฉันมองละเมอ

ยืนเฉยใครเลยจะไม่เก้อ (ซ้ำ) ไม่ใช่คู่เธอละเมอแลมอง

7. เพลงกิ่งแกมใบ

กิ่งแกมใบ ใบแกมกิ่ง เขาไม่รักกับเราหรอก

เขาแกล้งบอกกับเราว่าจริง

กิ่งแกมใบ ใบแกมกิ่ง เขาไม่รักเราก็รู้เพราะเขามีคู่แอบอิง

8. เพลงสวนลุมพินี

โอ้สวนลุมถิ่นนี้ พี่และน้องเคยไป

สัญญาฝากรักกันไว้ ต่อไปจะไม่ลืมเลือน

จากกันไปหนึ่งวัน เหมือนเราจากกันตั้งเจ็ดแปดเดือน

จากกันไกลใครจะเหมือน (ซ้ำ) มาคิดถึงเพื่อนที่ไปสวนลุม

สวนลุมเป็นหลุมเริงรมย์ หัวอกระทมทั้งสาวและหนุ่ม

วันไหนไม่ได้ไปสวนลุม หัวอกฉันกลุ้มสวนลุมคงคอย

9. เพลงโมรา

โมรา โมรา โมรา แรกเริ่มเดิมมาอยู่ในฝาผอบ

ตัวฉันชื่อว่าจันทรโครพ เปิดฝาผอบพบนางโมรา

พาน้องไปเที่ยวกลางไพร (ซ้ำ) น้องเดินไม่ไหวพี่ยังช่วยอุ้มมา

ส่งพระขรรค์ไปให้โจรไพร (ซ้ำ) จะฆ่าพี่ตายเชียวหรือแม่โมรา

10. เพลงจันทร์ฉาย

ยามจันทร์ฉาย แสงกระจายสว่างนภา

เมฆน้อยที่ลอยลงมา สว่างตาดุจแสงตะวัน

ตัวพี่กระต่ายต่ำต้อย โอ้แม่สาวน้อยเปรียบเหมือนดวงจันทร์

เราซิมารักกัน รักกันให้มั่นได้ไหมจ๊ะเธอ

11. เพลงเรียมเคยรำ

เรียมเคยรำ ดูหรือมาทำใจน้อย

เรียมอุตส่าห์มาคอย ร้อยกรองมาร้องเป็นเพลง

ขอเชิญมารำกับพี่ อย่าหลบอย่าหนีให้พี่วังเวง

สาวเอยอย่าเกรง อย่าทำให้เพลงของเรียมจืดจาง

12. เพลงไกลแสนไกล

ไกลแสนไกล หนทางจะไปหรือมันก็ยาก

ไปมามันแสนลำบาก ฉันไม่อยากแลมอง

สวยอย่างนี้เชียวหรือ หากจะมีคู่ครอง

หลอกให้ฉันมาจอง ทำให้ฉันระทม

13. เพลงจากแม่เนื้อเย็น

จากแม่เนื้อเย็น สวยเด่นดังฟ้าคะนอง

จากแม่เนื้อทอง น้องยาจงปรานี

(ชาย) รับรักพี่เถิดน้องรัก (หญิง) ไม่รับ ไม่รัก

(ชาย) ทำไมเธอถึงไม่รัก (หญิง) ไม่หล่อไม่รัก

(ชาย) ถ้าแม้นไม่รักขอจากไปที

14. เพลงวิมาน

วิมานเป็นถิ่นของไทย (ซ้ำ) แต่พอฉันมองไปล้วนเป็นปึกแผ่น

ถิ่นไทยล้วนเป็นเมืองแมน (ซ้ำ) ดีสุดแสนสุดสวยกระไร (ซ้ำ)

ไทยเราเฝ้าแต่ยืนตรง (ซ้ำ) เคารพธงธงสีชาติไทย

ห้าริ้วปลิวอยู่ไสว (ซ้ำ) เราเลือดไทยในสมรภูมิ (ซ้ำ)

15. เพลาเธองาม

เธองามเมื่อยามฉันมอง ฉันมองเมื่อยามเธอหลบ

เธอมองมาสายตาแลพบ พานประสบพบใครไม่เหมือน

ดูซิดูยิ่งคิด ยิ่งคิดจิตใจลอยเลื่อน

รักนั้นมาคอยเตือน เฝ้าคะนึงถึงเธอไม่วาย (ซ้ำ)

(หญิง) ฟังน้ำคำ น้ำดำเธอร่ำไม่อาย

รักของคนผู้ชาย พูดมาได้ขายรักออกมา

(ชาย) หนอยแน่ะ หนอยรักของคนผู้หญิง พูดไม่จริงดังคำมั่นสัญญา

ใครหลงลมชมว่า เก็บบูชาจะต้องช้ำใจ

16. เพลงลมพัดกระเซ็น

ลมพัดกระเซ็นไปทางทะเลภาคใต้ จะเหลียวแลไปหัวอกฉันให้ร้าวราน

ลมพัดกระเซ็นพัดอยู่ไม่เว้นวัน (ซ้ำ) เปรียบหมือนดวงจันทร์ที่ตัวฉันนั้นเฝ้าคอย

ช่วยโปรดเมตตารับรักฉันไว้สักหน่อย (ซ้ำ) รักเฝ้าคอยรักเฝ้าคอยอยู่ข้างหน้า

17. เพลงฟ้าคะนอง

ยามเมื่อฟ้าคะนอง ฉันมองแล้วให้นึกเกรง

จิตใจฉันให้วังเวง จะบรรเลงเพลงรัก

ชื่อไรฉันไม่รู้จัก อยู่ไหนฉันไม่รู้จัก จะขอฝากรักเอาไว้ในเพลง

หล่อจริงนะเธอ ใครเจอแล้วต้องหลง

คนไหนเอาไว้ในวง คนไหนเขาโค้งคนนั้นรักเธอ

18. เพลงบัวน้อย

บัวน้อยลอยอยู่ในสระแก้ว แน่แล้วช่างงามเฉิดฉันท์

เธองามเหมือนดอกบัวนั้น ทุกคืนวันฉันเฝ้าถนอม

ยามหลับนอน กอดหมอนพะว้าพะวัง ขอเชิญมารักกับฉันบ้าง (ซ้ำ)

สุดเสียงสั่งฉันยังอุตส่าห์คอย เธอไม่ได้สั่งฉันยังอุตส่าห์คอย

19. เพลงยิ้มละมัย

ยามฉันยิ้มละมัย เธอทำไมหน้างอ

ยามเมื่อฉันหัวร่อ เธอหน้างอฉันนึกแปลกใจ

ถามเท่าไร เธอก็ไม่ตอบ (ซ้ำ) หรือเธอชอบทำตนเป็นใบ้

แต่ก็ไม่เป็นไร ฉันรักคนใบ้ชอบไจเหลือเกิน

20. เพลงคืนเดือนหงาย

คืนนี้เดือนหงายดาวประกายแจ่มฟ้า หอมหวนยวนตาเมื่อเวลาจะส่งกลิ่น

มะละชูก้านจะบานจะบิน (ซ้ำ) กุหลาบส่งกลิ่นหอมหวนยวนใจ

เอ่อ เออ เอ้อ เอิง เอย เฮ้ย ๆ

จันทร์วันเพ็ญกระต่ายเต้นหมอบชะเง้อ น่ารักจริงนะเธอจะละเมอไปถึงไหน

กระต่ายกับจันทร์นับวันจะแลหาย ดูชิดวงใจคู่รักข้ามันน่าตี มันน่าตี

21. เพลงเขาดินวนา

โอ้เขาดินถิ่นเอ๋ย เรานี้เคยมาก่อน

เขาดินจะกลายเป็นดอน จะพาให้เราเศร้าใจ

เขาดินเป็นถิ่นสำนัก เราเคยร่วมรักเราเคยร่วมใคร่

โอ้หนอน้ำใจชาย ไว้ใจไม่ได้ทั้งกายวาจา

เดี๋ยวนี้เขามีรักใหม่ เขาลืมเราได้เขาดินวนา

โอ้หนอน้ำใจหญิง หัวใจกลอกกลิ้งทั้งกายวาจา

22. เพลงพระเวสสันดร

โอ้พระเวสสันดร องค์พระโพธิญาณ ยกเอาสองกุมารให้แก่พราหมณ์ชีไพร

โอ้มัทรีสายใจ ชะเอ่อ เอ๊ย สลบลง ตายตายแน่หายามาแก้คู่รักฉัน

หากพี่มาไม่ทัน คู่รักฉันเห็นจะตายแน่

23. เพลงมองหน้าหล่อน

มองหน้าหล่อนงามงอนเสียนี่กระไร หมดกำลังใจไม่อยากเดินใกล้เคียงเธอ

บุญฉันไม่เทียมเธอ เดินเสมอกลัวจะไม่พอใจ (ซ้ำ)

ฉันจึงถอยออกห่าง ไม่อยากร่ามทางกับแม่สายใจ

เหลียวมามองตาหวาน หัวใจต้องผ่านไปหานาง

ฉันขอเดินร่วมทาง พึ่งบุญนางขออาศัยไป (ซ้ำ)

24. เพลงเดือนจ๋าเดือน

เดือนจ๋าเดือน เดือนมาเยือนจากฟ้า

ยามเย็นไม่เห็นน้องมา ทำให้อุราพี่สะท้อน

ที่จริงเราควรหยุดพัก (ซ้ำ) มานั่งฝากรักกันเสียก่อน

สาวงามอย่าได้อาวรณ์ (ซ้ำ) จะพาน้องจรเมื่อตอนเที่ยงคืน

25. เพลงร่มโพธิ์ชายวัด

ร่มโพธิ์ ร่มโพธิ์ชายวัด พอดึกสงัดลมพัดเย็นใจ

แขนอ่อนมาฟ้อนรำแพน ชะอ้อนชะแอ้น ชะโอดชะอง

อย่าโค้งไปนัก ระวังแขนหักกลางวง

แขนหักพี่ยังต่อได้ มันไม่เป็นไรหรอกแม่โฉมยง

26. เพลงเธอจ๋ารักฉันไหม

เธอจ๋ารักฉันไหม รักจริงอย่าแหนงอย่าหน่าย

รักชายอย่าจืดอย่าจาง อย่าเชื่ออะไรเขาบอก

เขาหลอกให้เราใหลหลง เขาหลอกให้เราพะวง

ชอกช้ำระกำใจตาย ชอกช้ำระกำใจตาย

27. เพลงนกเอี้ยงสาลิกา

นกเอี้ยงสาลิกา โผมาจะไปไหนแน่

สองตาคอยแล หัวใจละล้าละลัง เออ เอิง เอย

ถ้ามีคู่เหมือนดังนก จะกอดกกไม่มีวันเหินห่าง

ความรัก เอ่อ เอิง เอย ร้อยชั่ง (ซ้ำ) หัวใจจะขาดเเล้วเอย เออ เอ่อ เอ๊อ เอิง เอย

เจ้าดอกเอ๋ย เจ้าดอก ... (จำปา) ฉันรักคนใส่แว่นตา หัวใจจะขาดแล้วเอย

28. เพลงนกเขา

ดูซิหมู่นกเขา ตื่นแต่เช้าเฝ้าแต่ขัน

ส่งเสียงลั่น ฟังเพราะเสนาะจับใจ (ซ้ำ)

จำเรียงกระไรเคียงคู่ (ซ้ำ) จู้ฮุกกรูหาคู่ประคอง

ส่งเสียงร้อง ฟังเพราะเสนาะจับใจ (ซ้ำ)

เลื่อนลอยไปตามสายลม ชื่นชมแล้วก็สุขใจ

ดูซินกเขาไฟ จับอยู่บนภูเขาทอง (ซ้ำ)

29. เพลงสายัณห์

สายัณห์ สายัณห์ เอ่อ เอย ตะวันรอน นกขมิ้น เอ่อ เอ๊ย เหลืองอ่อน

เออ เอ่อ เอ้อ เอ๊อ เอ่อ เอ๊ย มาบินร่อนกลับรัง

30. เพลงเสียงโทน

เสียงโทนทนป๊ะ โท่นโทน (ซ้ำ) เสียงโทนมันเร้าใจ

อย่ามัวเอียงอาย ฉันจะเป็นคู่รำ (ซ้ำ)

ฉันรำไม่เป็น อ๋อ อ๋อไม่เป็นไร

เชิญเถิดขวัญใจ ฉันจะเป็นคู่รำ (ซ้ำ)

31. เพลงพี่หมดบุญ

ยามเมื่อฉันหมดบุญ ใครจะหนุนฉันเล่า

มีกรรมเสียแล้วเธอจ๋า หมดวาสนาน้ำตาไหลนอง

(ชาย) ยามพี่มีเวร (หญิง) น้องจะช่วยค้ำ

(ชาย) ยามพี่มีกรรม (หญิง) น้องจะช่วยอุดหนุน

(ชาย) ยามพี่สิ้นบุญ (หญิง) น้องจะช่วยประคอง

(ชาย) จริงจริงเชียวหรือน้อง (หญิง) จ้ะรับรองจะต้องแน่นอน (ซ้ำ)

32. เพลงสังข์ทองถอดรูป

สังข์ทอง สังข์ทองถอดรูป ถอดรูปเหมือนเทวดา

ท้าวสามลท้าวสามลพ่อตา เอาเงาะป่าเข้ามาตีคลี

หกเขยทั้งเย้ยทั้งเยาะ (ซ้ำ) ตบมือเปราะเปราะหัวเราะเริงร่า

นี่หรือนางรจนา (ซ้ำ) เอาเงาะป่าเข้ามาตีคลี เอาเงาะป่ามาเป็นสามี

33. เพลงจันทโครพ

ตะวันรอนรอน พวกโจรสัญจรไปเจอพระจันทร์

ชื่อไรจะไปทางไหนกัน (ซ้ำ) ฉันชื่อพระจันทร์มากับนางโมรา

มาดแม้นไม่ส่งนางมา มึงจะยาตราไปกันไม่ได้

ชิชะอ้ายตัวสำคัญ (ซํ้า) กูจะสังหารเสียในกลางป่า

พี่จ๋าคอยระวังภัย (ซ้ำ) เธอไม่เป็นไรบอกกับนางโมรา

34. เพลงลาที

ลาที ลาที ลาที สวัสดีวันนี้ลาก่อน

อันที่จริงไม่อยากจะไป (ซ้ำ) แต่เพราะบ้านอยู่ไกลจำใจจากจร

ขอสาบานต่อหน้าเทวา รักน้องติดตาจึงต้องมาติดตาม

35. เพลงยามดึก

ยามดึก ยามดึกนึกถึง นึกถึงคะนึงนอนวัน

จำได้ใฝ่ฝัน แสงพระจันทร์แจ่มหล้า

เดือนก็หงาย ลมพระพายพัดมา

หอมชื่นอุรา ฉันอยากจะหาคู่ชม

36. เพลงรำเสียทีเถิดน่า

รำเสียทีเถิดน่า สัญญากันว่าจะรำ

รำหน่อยเถิดนะน้องนะ (ซ้ำ) เออ เอิง เอย จะได้เป็นขวัญตา

37. เพลงใจเอ๋ยใจ

ใจเอ๋ยใจ เปิดได้ดังบานประตู จะเปิดให้ดูหัวใจ

ปลูกรักไว้คนละต้น (ซ้ำ) รักใครจะโค่นก่อนใคร

38. เพลงแหงนดูดาว

แหงนดูดาว เมื่อคราวฟ้าสาง

คนรักเขามาจืดจาง (ซ้ำ) มาเหินมาห่างไปเสียจากเรา

อย่างเราเขาไม่อยากรำ (ซ้ำ) เขาทำกระบิดกระบวน

เขาชวนคู่รักเขารำ คำพูดเขามากลับคำ

เขาไม่อยากรำกับเรา

39. เพลงพุ่มพวงดวงระกำ

พุ่มพวงเจ้าดวงระกำ มีกรรมเสียแล้วนะน้อง

ขอเชิญแม่ฟันเลี่ยมทอง เออ เอิง เอย ให้มาร้องรำ (ซ้ำ)

40. เพลงตาลโอน

ตาลเอ๋ยตาลโอน สองต้นตาลเอน

นัดสาวเอาไว้ที่ไหน ถึงมาจนบ่ายจนเย็น

41. เพลงสาวสุดจะสวย

สาวสาว สุดจะสวย รูปร่างสำรวยเอวกลมสมหน้า

ถ้าได้อย่างนี้เอามารำคู่ (ซ้ำ) จะเก็บใส่ตู้ใส่พานบูชา

ขาขึ้นขึ้นทางเขาวง ขาลงลงทางเขาชัน

ตามน้อง ตามน้องไม่ทัน เออ เอย หมดปัญญา

42. เพลงเสียดาย

แสนเสียดาย รักใหม่เขาไม่หวังดี โอ้นารีจะทำให้พี่เรรวน (ซ้ำ)

ยามเมื่อน้ำไหลลง ลมพัดสะบัดหวน จิตใจให้รัญจวน

คิดถึงหน้านวลแล้วนอนคะนึง

43. เพลงไม่รักไม่ว่า

ไม่รักฉันก็ไม่ว่า ขอผ้าเช็ดหน้าให้ฉันสักผืน

เธอมีรักใหม่ฉันจะให้กลับคืน (ซ้ำ) ขอผ้าให้ฉันสักผืนเอาไว้ดูต่างหน้า

44. เพลงใครรักใครโค้งใคร

ใครรักใคร โค้งใคร ใครรักใครโค้งใคร

ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ หากใครรักใครโค้งออกมารำ

โค้งแม่ตาหวานฉ่ำ ขอเชิญมารำวงไทย

45. เพลงเจ้าเงาะรจนา

ลาลี ลาลี ลาล่ำ มีกรรมเสียแล้วเจ้าเงาะ

มาเดินก้มหน้าน้ำตาไหลเปาะ สงสารเจ้าเงาะและรจนา

พ่อตาใช้ไปหาเนื้อ หาเนื้อและหาปลา

หามาได้ยังว่าไม่ดี (ซ้ำ) พ่อตาขับตีไปอยู่ปลายนา

ฮันลา ฮันลา ฮันลา สงสารรจนาชอกช้ำระกำใจ

46. เพลงสุพรรณเป็นเมืองขุนแผน

สุพรรณเป็นเมืองขุนแผน จะไปแก้แค้นกับไอ้ลาวเวียงจันทร์

ไปตีเชียงใหม่หวังจะได้แม่ลาวทอง (ซ้ำ) โศการ่ำร้องไปตั้งสองสามวัน

แต่พอได้แม่ลาวทองมา (ซ้ำ) ลงเรือกัญญากลับไปเมืองสุพรรณ

วันทองเธอมาเป็นสองใจ เชื่อไม่ได้น้ำใจแม่วันทอง

ขุนแผนไปทัพกลับมามีรักใหม่ เชื่อไม่ได้น้ำใจแม่วันทอง

(ชาย) ตัดใบตอง เอ่อ เอย มารองเลือด (ซ้ำ) หมายใจจะเชือดดูเลือดแม่วันทอง

(หญิง) เชิญซิมาเชือดดูเลือดแม่วันทอง (ซ้ำ)

47. เพลงพราหมณ์เกสร

พราหมณ์เกสรอยู่ในป่า แปลงเป็นชายมาอยู่ในเวียงชัย

มีเรื่องแค้นใจและเคืองขุ่น (ซ้ำ) อีนางยี่สุ่นอีชาติจัญไร

ลักษณวงศ์มาแลดูพราหมณ์ เห็นเกสรโฉมงามพลัดอยู่ในไพร

เกสรน้องอย่าหม่นหมองเลยหนา พี่ตามทั่วป่าไม่เห็นกลับมาเวียงชัย

ฟันซิทำไมไม่ฟัน (ซ้ำ) เอียงคอให้ฟันจะยืนงันอยู่ทำไม

ชักมีดออกหมายจะฟันฟาด (ซ้ำ) ฟันจนเศียรขาดกลายเป็นแม่ชื่นหัวใจ

พอเศียรขาดเลือดสาดไหลนอง (ซ้ำ) เอามือประคองแม่ชื่นหัวใจ

เอามือเข้าไปต้องกายน้องยังอุ่น แม่นพคุณเนื้ออุ่นยังไม่ตาย

เป็นกรรมสนองติดต้องตามชาย (ซ้ำ) ไปชาติหน้าขอให้เจอกันใหม่เอย (ซ้ำ)

48. เพลงจันทร์วันเพ็ญ

จันทร์วันเพ็ญดูเด่นดวง เธอจะมาล่อลวงกระต่ายน้อย

ฉันเป็นกระต่ายมุ่งหมายรอคอย (ซ้ำ) จันทร์ลอยอีกสักเมื่อไรจะหล่นลง (ซ้ำ)

49. เพลงใจชาย

ใจชายมีกี่ใจกันแน่ เปลี่ยนแปรไปมีรักโหม่

เดี๋ยวนี้เธอมาพูดกับใคร (ซ้ำ) มันน่าช้ำใจถูกผู้ชายหลอกลวง

50. เพลงนั้นดอกอะไร

นั่นดอกอะไรทัดไว้เหนือหู ฉันอยากจะรู้ว่าดอกไม้นั้น

ส่งกลิ่นหอมเย็นหรือจะเป็นมะลิวัลย์ โอ้ดอกไม้นั้นขอให้ฉันจะได้ไหมเธอ

51. เพลงดาวพราวแสง

ดาวพราวแสง ดวงดาวแข่งแข่งกับแสงจันทร์

เธอกระซิบเบาเบา ใจฉันเฝ้าผูกพัน อยู่ใกล้ใกล้แสงจันทร์ฉันจะไม่ลืมเธอ

เธอจะมาลืมฉัน โอ้พ่อมะลิป้า รักกันจะมาลืมกันรักให้มั่นอย่าเรอย่ารวน

สัญญากันว่าจะไม่ลืม หัวใจปลาบปลื้มไม่ลืมคำมั่น

52. เพลงหน้าหนาว

หน้านี้มันเป็นหน้าหนาว ลมหนาวพัดโชยกระหน่ำ

แหมเรียมมาไร้คู่รำ (ซ้ำ) โอ้แม่งามขำโปรดจงเห็นใจ

ฉันกระไรเศร้าจิต ขอลองชิดได้ไหม

ชิดหน่อยจะเป็นไรไป (ซ้ำ) ขอรำใกล้ใกล้สักคนเดียวเอย

เขามีคู่กันทุกคน แต่ฉันมันจนคนรัก

อุ้ยน่าน้อยใจนัก (ซ้ำ) เขามีคู่รักร้อยคนพันคน

53. เพลงหงส์ทอง

หงส์กระไรหงส์ทอง เจ้าบินล่องลอยฟ้า

หงส์นั้นสูงกว่า กาจะต่ำเพียงดิน

กาคู่กับหงส์ บุญไม่ส่งกาอย่าถวิล

กาจึงต่ำเพียงดิน หงส์จึงบินลับเหลี่ยมเมฆา

กานั้นแสนเศร้า รักเก่าจึงต้องโรยรา

หงส์นั้นสูงกว่า ไม่ควรค่าคู่กับกาเอย

54. เพลงลมหนาว

หนาวลมเมื่อตอนหัวค่ำ ชุ่มฉ่ำพารักให้เศร้าใจ

น้ำค้างก็สาดกระเซ็น ลมเย็นโบกโบยโชยมา

ยามดึกนึกเศร้าอุรา โอ้จันทราไปอยู่หนใด

ทำไมจึงไม่ส่องหล้า นภาพารักให้เศร้าใจ

มืดฟ้าไปด้วยมัวฝน (ซ้ำ) โธ่เอ๋ยหน้ามนพารักให้เศร้าใจ

55. เพลงบ้านนี้ไม่มาเสียนาน

บ้านนี้ไม่มาเสียนาน นับประมาณจะได้แรมปี

คนสวยลืมพี่เสียแล้วหรือน้อง (ซ้ำ) แม่ฟันเลี่ยมทองเจ้าของเธอมี

56. เพลงบ้านนี้มีแต่บ่อน้ำใส

บ้านนี้มีแต่บ่อน้ำใส ตั้งใจหมายจะมาตัก

เสียใจไม่มีคนรัก (ซ้ำ) ตั้งใจมาตักกลัวคนรักเธอมี

57. เพลงโลกที่เราสร้างสรรค์

โลกที่เราสร้างสรรค์ ต่างกันนั้นช่างงามวิไล

ยิ้มนิดยิ้มจ้องมองไป งามวิไลลออตา (ซ้ำ)

ถ้าได้อย่างนี้รำคู่ เหมือนอยู่ในวิมานชั้นฟ้า

ทุกวันฉันปลื้มอุรา เหมือนเด็ดดอกฟ้าเอามาเชยชม (ซ้ำ)

58. เพลงรำหรือยังเล่าเน้อ

รำหรือยังเล่าเน้อ พบเธอฉันอยากจะรำ

ไม่ใช่คนอื่นที่ไหนมารำ คู่รำของเธอคนก่อน

คนงามฟ้อนรำแขนอ่อน (ซ้ำ) ขอเชิญเจ้าหล่อนเข้ามาฟ้อนรำ

59. เพลงเปลยวนเอย

เปลยวนเอย เอ่อระเหยกล่อมน้องนอนเปล

โอละเห่ พี่จะกล่อมให้น้องนอน

นอนหลับเถิดหนา ขวัญตาอย่าได้อาวรณ์

สายัณห์ตะวันรอน พี่จะพาขวัญอ่อนมานอนเปลยวน

60. เพลงสาวเอยไม่เคยเห็นหน้า

สาวเอยไม่เคยเห็นหน้า เป็นบุญตาวาสนาเหลือเกิน

สวยอย่างน้องยิ่งมองยิ่งเพลิน (ซ้ำ) นึกรักเหลือเกินแต่ก็เกรงใจนัก

รักเขากายเราไม่เจียมศักดิ์ วาสนาตกยากอย่าไปรักเขาเลย

61. เพลงมืดฟ้ามัวฝน

มืดฟ้ามัวฝน ฉันยังทนมาได้

ตามที่เธอนัดไว้ ใยไม่เห็นมา เฮ้ย เฮ้ย (ซ้ำ)

เฝ้าแต่คอย คอย คอย คอยอยู่หลายเวลา

เมื่อไม่เห็นเธอมา น้องยารู้สึกเสียใจ (พี่ยารู้สึกเสียใจ)

62. เพลงโอ้แม่งามวิไล

โอ้แม่งามวิไล พูดกันไว้ทุกสิ่ง

ปากก็ว่ารักจริง ทำให้ฉันรักเธอ

สตรีนั้นมีน้ำใจ กลับกลายหลายสิ่งหลายชั้น

ชายใดหลงเลี้ยวเกี่ยวพัน รักไม่มั่นสามวันเรรวน (ซ้ำ)

63. เพลงต้นรักดอกโศก

ต้นรักดอกโศก ลมโยกสะบัดพัดฉิว

รักลอยละลิ่ว (ซ้ำ) ไปเสียตามลม

(ชาย) หัวอกพี่ระทม ระทมเฝ้ารัก

(หญิง) รักฉันไหมเล่าเธอ (ชาย) ละเมอไปเถิดน้อง

(ชาย) ถ้าไม่ปรองดองจะต้องหาใหม่ (หญิง) ตามแต่ใจของเธอนี่เอย

64. เพลงนกเขา

นกเขาบินข้ามเขา ไม่ใช่ของเราเฝ้าแต่แลมอง

คู่นี้เหมาะกันหรือไม่ (ซ้ำ) พวกเราชาวไทยช่วยกันไตร่ตรอง

65. เพลงบัวบังใบ

บัวบังใบต้องลม ฉันกลัวจะช้ำ

ในวงฟ้อนรำ สุดจะฝืนกลืนน้ำตา (ซ้ำ)

เมื่อก่อนรักพี่ เดี๋ยวนี้ไปมีรักใหม่

เสียอกเสียใจ ไม่มีใครเขาเมียงมองมา (ซ้ำ)

66. เพลงบ้านใกล้เรือนเคียง

บ้านใกล้เรือนเคียง เหลียวแลกันแต่ตา

เมื่อไรเล่าหนา หวานตาจะเป็นหวานใจ

เมื่อแรกรักกัน สัญญากันว่าอย่างไร

ผิดบ้างพลั้งไปขออภัยเถิดนะแม่คุณ (ซ้ำ)

67. เพลงยามเย็นเดินเล่นชายหาด

ยามเย็นเดินเล่นชายหาด ฝูงปลาดารดาษมากมายหลายพันธุ์

มองมาเห็นแต่ปลานวลจันทร์ (ซ้ำ) ว่ายอยู่คู่กันเห็นไหมเล่าเธอ

68. เพลงลาก่อน

ลาก่อนแล้วนะเธอ วันหน้าค่อยเจอกันใหม่

หากเธอแต่งงานเมื่อไหร่ ส่งข่าวไปแล้วฉันจะมา

ส่งข่าวมาแล้วฉันจะไป