บ้านท่าโพ

อาหารพื้นถิ่น · บ้านท่าโพ

อาหารพื้นถิ่น

สำรับคาวหวาน ตำนานอาหาร และสูตรอาหารโบราณจากชุมชนบ้านท่าโพ

จากครัวชุมชน

เมนูและวัฒนธรรมอาหาร

รสชาติพื้นบ้านที่สืบทอดในชุมชนท่าโพ

สำรับคาวหวาน

ความสำคัญของสำรับคาวหวาน

การทำสำรับอาหารคาวหวาน นอกจากจะจัดทำขึ้นเพื่อการบริโภคในครัวเรือน หรือการต้อนรับแขกผู้มาเยือนแล้ว ยังเกี่ยวข้องเป็นส่วนสำคัญในงานพิธีสงฆ์ งานทำบุญตามประเพณี หรือวันสำคัญทางศาสนา จะเห็นได้ว่าการจัดสำรับอาหารคาวหวานอยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่โบราณ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ ชีวิตประจำวันในการรับประทานอาหารในครัวเรือนไปจนถึงงานประเพณี การทำบุญเลี้ยงพระในวันสำคัญต่างๆ

ปัจจุบันภาพการหาบสำรับคาวหวานของชาวจังหวัดอุทัยธานี ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป เช่น หมู่บ้านหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี บ้านท่าโพ บ้านห้วยรอบ อำเภอหนองขาหย่าง บ้านห้วยพระจันทร์ บ้านหนองสรวง บ้านเนินสาธารณ์ อำเภอหนองฉาง จะเห็นได้ว่า จังหวัดอุทัยธานียังคงสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีไว้อย่าง ภาคภูมิใจและสืบทอดประเพณีที่ดีงามคงอยู่คู่กับชาวอุทัยธานี สืบไป

ก่อนจะมาเป็นสำรับคาวหวาน

คําว่า “สำรับ” ประกอบด้วยถาดทรงกลมหรือเหลี่ยม ทำจากไม้หรือ โลหะรองรับถ้วยอาหารประมาณ 6 ถ้วย อาหารที่ใส่ถ้วยเป็นอาหารที่ใช้ บริโภคในชีวิตประจำวัน การนําอาหารใส่สำรับก็เพื่อความสะดวก ในการยกหรือนําอาหารไปในที่ต่างๆ ซึ่งอาจจะใช้การยกไปหรือหาบไป

อาหารและขนมพื้นถิ่นในชุมชนบ้านท่าโพ

สำรับและภาชนะ

องค์ประกอบสำรับ

รายละเอียดไม้คาน สาแหรก ถาดถ้วย และภาชนะใส่น้ำ

ประกอบด้วย

1. ไม้คาน เป็นไม้ใช้หาบสำรับ ส่วนใหญ่ทำจากไม้ไผ่ เช่น ไผ่สีสุก ไผ่ป่า หรือไผ่เลี้ยง โดยจะเลือกไม้ไผ่ที่มีข้อประมาณ 8 ข้อ ซึ่งถือเคล็ดในการนับว่า คาน แคน ยาก แค้น มั่ง มี ศรี สุข ถ้าได้ไม้ไผ่มีข้อครบอย่างนี้ทำให้ผู้ใช้มีความอยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป

2. สาแหรก ทำจากหวายใช้เป็นเครื่องใส่ของสำหรับหิ้วหรือหาบ สำหรับวางถาด ก้นกระบุง กระจาด ตะกร้า เพื่อที่จะนําไปที่ไกลๆ ได้สะดวก ปกติมี 4 สาย หรือ 6 สายตอนบนทำเป็นห่วงสำหรับใส่ปลายหัวไม้คานทั้งสองข้าง ในการหาบสำรับใช้สาแหรก 1 คู่ สาแหรกที่ใช้ในการหาบสำรับ คาวหวานทำจากหวายอย่างดี สานอย่างประณีตสวยงาม ส่วนมากใช้เป็นสาแหรก 6 มุม ใช้สำหรับวางถาดชนิดต่างๆ

3. ถาดคาว-ถาดหวาน

เป็นภาชนะที่ใช้รองรับถ้วยอาหารคาวหวาน จัดเป็นคู่ๆ ถาดอาหารคาวและถาดอาหาร หวาน นิยมใส่อาหาร 6 ถ้วย

5.ถ้วยหวาน

4. ถ้วยคาว

เป็นภาชนะประเภทเครื่องถ้วยธรรมดาแบบมีฝาปิดและหีม ตัวถ้วยและฝามีลวดลายสวยงามและเป็นลายเดียวกันกับตัวถ้วย

5. ถ้วยหวาน

เป็นภาชนะประเภทเครื่องถ้วยแก้วแบบมีฝาปิด จำนวน 6 ลูก สำหรับใส่อาหารหวานเป็นถ้วยแก้วใสทั้งตัว ถ้วยและฝา เพื่อเป็นการโชว์สีสันของขนมหวานที่สวยงาม

6. ขันข้าว หรือโถข้าว

เป็นส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของสำรับคาว หวาน ต้องมีโถข้าวด้วยเป็นของคู่กันจะขาดไม่ได้ ขันข้าว หรือโถข้าวต้องมีทัพพีใส่ไว้ด้วยสำหรับตักข้าว ขันข้าว หรือโถข้าวจะมีลักษณะต่างๆ

7. ภาชนะใส่น้ำ

มีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบของสำรับ คาวหวาน ในสมัยก่อนจะใช้คนโทน้ำ เหยือกน้ำที่ใส่เป็น รูปทรงต่างๆ ขนาดพอเหมาะที่สามารถใส่ลงในถาดหวาน ได้ แต่ในปัจจุบันนิยมใช้ขวดน้ำหรือกระบอกน้ำพลาสติก แทน เนื่องจากเป็นการสะดวกในการหาบ สามารถ หาได้ง่าย

ตำนานและสูตร

ตำนานอาหารคาวหวาน และวิธีทำแยกตามเมนู

เลือกแท็บเมนูด้านล่างเพื่ออ่านทีละเรื่อง — แกงบวน ขนมต้มญวน ขนมแดกงา ขนมข้าวโปง และอาหารพื้นถิ่นในชุมชน

ตํานานอาหารคาวหวาน บ้านท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี

1 / 4

แกงบวน

ความเป็นมา

แกงบวนเป็นอาหารคาวประจำท้องถิ่น อำเภอเมืองอุทัยธานี และอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เพราะได้สอบถามจากผู้รู้ในชุมชน ว่ารู้จักการทำแกงบวน มาจากบรรพบุรุษ บอกเล่าและสอนต่อๆ กันมาว่า แกงบวนเป็นแกงที่ ไม่มีพริกในเครื่องแกง มีลักษณะคล้ายต้มปลาร้าหน่อไม้ เพราะส่วนผสม จะโขลก ใบมะตูมหรือใบตะไคร้หรือใบหญ้านางหรือ ใบขี้เหล็ก ใส่ลงไปในน้ำแกง ทำให้แกงมีสีเขียวข้นมีกลิ่นหอม ส่วนมากจะพบเห็น ในตำบลโน่นเหล็ก อำเภอเมืองอุทัยธานี และ ตำบลท่าโพ อำเภอหนองขาหย่าง ในปัจจุบันนิยมทำแกงบวนในเทศกาลสำคัญ ๆ หรือผู้ที่มีฐานะ เพราะการทำแกงบวน 1 หม้อ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และใช้ส่วนประกอบและวัสดุหลายอย่าง เช่น เครื่องในหมู หมูสามชั้น ใบตะไคร้ ใบมะตูมอ่อน หัวหอม หัวกระเทียม ปลากุเลาเค็ม ฯลฯ ประกอบกับในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจ ชีวิต สังคม ของคนได้เปลี่ยนไปจากเดิมทำให้การทําอาหารในสมัยโบราณที่ต้องใช้เวลาและความประณีต ไม่ได้รับความนิยม และมีวัฒนธรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป คนชอบอาหาร เร่งด่วนใช้เวลาน้อยและมีราคาถูกจนทำให้แกงบวนจะสูญหายไป

ส่วนผสมเครื่องน้ำพริกแกง (วัตถุดิบ)

1. ตะไคร้ซอยบาง2 1/4 ถ้วยตวง

2. หอมแดงเผา1/2 ถ้วยตวง

3. กระเทียมเผา 1/4 ถ้วยตวง

4. ข่าเผาหั่นฝอย1 ช้อนโต๊ะ

5. กะปิเผา2 ช้อนโต๊ะ

6. พริกไทยโขลกละเอียด20 เม็ด

7. ปลากรอบ แกะเอาแต่เนื้อ 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมวัตถุดิบที่ใช้

1. กระเพาะหมู หัวใจ ปอด ตับ อย่างละ 100 กรัม

2. ไส้หมู100 กรัม

3. หมูสามชั้น500 กรัม

4. ใบตะไคร้ ใบขึ้นฉ่าย ใบผักชี ใบมะตูม อย่างละ 1 ถ้วยตวง

5. ปลากุเลาปิ้ง ยีเอาแต่เนื้อ1/2 ถ้วยตวง

6. น้ำปลา2 ช้อนโต๊ะ

7. น้ำตาลปิ๊บ2 ช้อนโต๊ะ

8. พริกเหลืองหั่นฝอย3 ช้อนโต๊ะ

9. ใบมะกรูดฉีก10 ใบ

10. ผักชีหั่นฝอย (โรยหน้า)3 ช้อนโต๊ะ

11. น้ำมันพืช1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

โขลกใบตะไคร้ ใบขึ้นฉ่าย ใบผักชี และใบมะตูม รวมกันให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ 4 ถ้วยตวง

แบ่งตะไคร้มา 3 ช้อนโต๊ะ โขลกรวมกับหอม กระเทียม ข่า กะปิ พริกไทย ให้ละเอียด ใส่เนื้อปลากรอบโขลกรวมกันให้เข้ากันดีเตรียมไว้เป็นเครื่องแกง

ล้างเครื่องในหมูให้สะอาด ต้มให้สุก เทน้ำต้มทิ้ง หั่นเครื่องในเป็นชิ้นพอคํา พักไว้

ใส่น้ำมันในกระทะตั้งไฟให้ร้อน เอาเครื่องแกงลงไปผัดให้หอม

แล้วตักละลายในหม้อน้ำซุป ใส่หมูสามชั้น และเครื่องในทั้งหมด ต้มจนเดือด

ใส่น้ำผักที่คั้นไว้ เนื้อปลากุเลา พอเดือดอีกครั้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล เคี่ยวไฟอ่อน ๆ จนเครื่องในนุ่ม ชิมรสหวานเค็ม

ใส่ตระไคร้ที่เหลือ ใบมะกรูด ยกลงจากเตา เวลาจัดเสิร์ฟโรยหน้าด้วยพริกเหลือง ผักชี

วิธีการปรุง

นําน้ำต้มกระดูกไก่รวมกับน้ำใบมะตูมหรือใบหญ้านางหรือใบขี้เหล็กหรือใบตะไคร้ ตั้งไฟ ละลายส่วนผสมเครื่องแกงที่โขลกไว้

นําเครื่องในหมู หรือขาหมู หรือหมูสามชั้นและตะไคร้หั่นฝอย ใส่ไปในเครื่องแกงที่ละลายส่วนผสมไว้ และเคี่ยวส่วนผสมทั้งหมด จนเครื่องใน หรือขาหมู หรือหมูสามชั้น เกือบนุ่มจนได้ที่

ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือเกลือ น้ำตาลปิ๊บ ให้รสหวานนําเค็ม เคี่ยวต่อไปจนเปื่อยได้ที่ แล้วยกลงจากเตา